เศรษฐกิจซบเซา ข้าวของแพง ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งขึ้นทุกวัน ! แต่เจ้าของธุรกิจอาหารก็ยังต้องเดินหน้าต่อ โดยหนึ่งในทางรอดจากวิกฤตนี้ คือการเลือกซัพพลายเออร์ร้านขายส่งเนื้อหมูสด ที่มีทั้งคุณภาพสินค้าดี ราคาคุ้ม และบริการอย่างมืออาชีพ
ในบทความนี้ พิชชามีท จึงอยากพาคุณเจาะลึกเทคนิคคัดเลือกซัพพลายเออร์อย่างโปร เพื่อช่วยให้ร้านของคุณควบคุมต้นทุนได้ แม้ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะเป็นยังไง ไปดูกันเลย
ทำไมต้นทุนหมูสดถึงพุ่งสูงขึ้น และจะกระทบกับธุรกิจอาหารอย่างไร
ราคาหมูขึ้นไม่ได้เกิดจากเหตุผลเดียว แต่เป็นผลจากปัจจัย Supply-Side (โรคระบาด การผลิต ปริมาณฟีด) และ Demand-side (การส่งออก พฤติกรรมผู้บริโภค) รวมทั้งนโยบายรัฐ และต้นทุนปัจจัยการผลิตที่ผันผวน ซึ่งรวมกันแล้วส่งผลให้ไปกดดันกำไรร้านอาหาร และธุรกิจขายส่งเนื้อหมูในที่สุด
ต่อจากนี้ เพื่อให้เข้าใจถึงราคาต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างจริงจัง และสามารถวางกลยุทธ์เพื่อรับมือ พิชชามีท จะขอพาคุณมาเจาะลึกถึงสาเหตุ ของผลกระทบของปัญหานี้กัน
สาเหตุหลัก ทำไมต้นทุนหมูสดถึงพุ่งสูงขึ้น ?
สาเหตุของปัญหาต้นทุนหมูสดสูงขึ้น สามารถเกิดได้จากหลาย ๆ ปัจจัย ดังต่อไปนี้
-
โรคระบาด และความเสี่ยงด้านสุขภาพสัตว์
ปัญหาด้านโรคระบาด และความเสี่ยงด้านสุขภาพสัตว์ ที่ระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน หรือพื้นที่ใกล้เคียงสามารถกระทบซัพพลาย และสร้างการคัดทิ้ง ส่งผลให้ปริมาณหมูลดลงในระยะสั้น – กลาง
วิเคราะห์: แม้ไทยจะมีระบบควบคุมและฟื้นฟูที่ดี แต่ความไม่แน่นอนของการระบาด ยังก็เป็นตัวเร่งให้ซัพพลายผันผวน และผู้ค้าก็มักกักสต๊อกทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อราคา
-
ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ผันผวน
การที่ราคาอาหารสัตว์ฟีด (Feed cost) ขึ้นหรือลง (เช่น ข้าวโพด กากถั่วเหลือง และอื่น ๆ) จะส่งผลเป็นต้นทุนการเลี้ยงโดยตรง ทำให้หน้าฟาร์ม และราคาหมูแปรผันตาม
วิเคราะห์: ฟีดเป็นสัดส่วนใหญ่ของต้นทุนการผลิต ดังนั้น ถ้าฟีดพุ่งสูงขึ้น ผู้เลี้ยงก็จะต้องส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้ซื้อ หรือชะลอการเพิ่มฝูง
-
โครงสร้างการผลิต และการปรับตัวของฟาร์ม
ช่วงฟื้นตัวหลังการระบาดบางช่วง ฟาร์มใหญ่จะขยายฝูง หรือขยายตัว ในขณะที่ผู้เลี้ยงรายย่อยยังมีความเสี่ยง ทำให้การกระจายอุปทานไม่สม่ำเสมอ หรือก็คือต้องจำกัดการผลิต
-
นโยบาย การส่งออก และความต้องการต่างประเทศ
การเปิดตลาดส่งออก หรือคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ สามารถดึงเนื้อหมูออกจากตลาดในประเทศ ทำให้ซัพพลายลด และราคาภายในสูงขึ้น
-
ต้นทุนพลังงาน แรงงาน และโลจิสติกส์
ค่าขนส่ง ค่าน้ำมัน และค่าแรงที่เพิ่มขึ้น สะท้อนในราคาขาย (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มขึ้น
ผลกระทบต่อธุรกิจอาหาร ใครที่จะเจ็บตัว ? และใครที่จะอยู่รอด ?
ราคาหมูสดที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจขายส่งเนื้อหมู และร้านขายหมูสดต่าง ๆ ต้องเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
1. กลุ่มที่เจ็บมากที่สุด
- ร้านอาหารขนาดเล็ก ที่พึ่งพาหมูเป็นเมนูหลัก และไม่มีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์
- ร้านที่ขายเมนูราคาต่ำ – กลาง ซึ่งลูกค้าอ่อนไหวต่อการขึ้นราคา ถ้าปรับขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็เสี่ยงเสียยอดขาย
- คนที่ซื้อหมูจากตลาดสด หรือร้านขายหมูสดแบบซื้อวันต่อวัน (Spot market) เพราะราคาขึ้นลงตามตลาดทันที
2. กลุ่มที่ปรับตัวได้ และพออยู่รอด
- ร้านที่มีสัญญาซื้อขายส่งเนื้อหมูระยะยาวกับซัพพลายเออร์
- ร้านที่มีเมนูหลากหลาย และสามารถปรับสูตร ลดสัดส่วนหมู หรือใช้โปรตีนทดแทนบางส่วนได้
- ผู้ประกอบการที่วางแผนสต๊อก และบริหารต้นทุนล่วงหน้า เช่น สั่งลอตใหญ่ตอนราคาลด หรือมีแหล่งซื้อสำรอง
อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาซัพพลายเออร์หมูที่ไว้ใจได้ แนะนำให้เลือก พิชชามีท โรงงานผู้ผลิต และขายส่งเนื้อหมูทุกแบบ ได้มาตรฐาน GMP และ HACCP พร้อมส่งตรงถึงร้านคุณ ด้วยคุณภาพ และราคาที่แข่งขันได้ สนใจต่อได้ที่ Line: @pitchameat
แนะนำ กลยุทธ์ที่เจ้าของธุรกิจอาหาร และร้านขายหมูสดต้องรู้
สำหรับใครที่เป็นเจ้าของธุรกิจอาหาร เราขอแนะนำ 2 กลยุทธ์เด็ดทั้งแบบระยะสั้น และระยะยาว ที่จะช่วยคุณให้ผ่านพ้นวิกฤตราคาที่ผันผวนเหล่านี้ไปได้ ดังนี้
-
ระยะสั้น (0 – 3 เดือน)
ในระยะสามเดือนแรกที่เกิดวิกฤต ต้องเอาตัวรอดให้ได้ก่อน โดยให้ติดตามราคาหมูสด และแนวโน้มตลาดอย่างใกล้ชิด จากนั้นก็เริ่มเจรจาราคากับร้านขายหมูสด หรือผู้ขายส่งเนื้อหมู โดยใช้ปริมาณสั่งซื้อเป็นข้อได้เปรียบ นอกจากนี้ ให้ลองปรับเมนูเฉพาะช่วง เช่น เพิ่มเมนูไก่ หรือปลา เพื่อแบ่งเบาต้นทุน และลดของเสีย รวมถึงจัดการสต๊อกให้หมุนเวียนเร็วขึ้น
-
ระยะกลางถึงยาว (3 เดือน – 1 ปีขึ้นไป)
ต่อมา สำหรับแผนระยะยาว ให้คุณทำสัญญาซื้อ-ขายส่งเนื้อหมูระยะยาว เพื่อรักษาราคาแบบคงที่ และกระจายความเสี่ยงด้วยการมีซัพพลายเออร์มากกว่า 1 เจ้า อีกทั้งยังแนะนำให้คุณลองลงทุนใน “เมนูวิศวกรรม” (Menu Engineering) เพื่อปรับสมดุลระหว่างเมนูทำกำไรสูง กับเมนูเรียกลูกค้า และที่สำคัญที่สุด ต้องอย่าลืมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับซัพพลายเออร์ที่น่าเชื่อถือ เพื่อได้สิทธิพิเศษ และเงื่อนไขที่ดีกว่าเดิม
เจาะลึกคุณสมบัติ และวิธีเลือก Supplier ร้านขายหมูสดอย่างมืออาชีพ
การเลือก Supplier ร้านขายหมูสด ที่มีคุณภาพ เป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมต้นทุน และรักษาคุณภาพอาหารให้ร้านของคุณโดดเด่นในตลาด ดังนั้น การหา Supplier ที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่ต้องพิจารณาหลายด้าน เพื่อให้ได้พันธมิตรที่น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ธุรกิจจริง ๆ โดย คุณสมบัติของ Supplier ร้านขายหมูสดมืออาชีพ ได้แก่
- มีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร เช่น GMP หรือ HACCP เป็นต้น
- มีความสม่ำเสมอในการส่งมอบสินค้า ทั้งเรื่องคุณภาพ และเวลาที่ตรงตามกำหนด
- ราคาแข่งขันได้ และเงื่อนไขการชำระเงินยืดหยุ่น เหมาะกับสภาพคล่องของร้าน
- บริการหลังการขายดี พร้อมรับมือกับปัญหา และให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ
- มีความโปร่งใสในการแหล่งที่มาของหมูสด และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
วิธีคัดเลือก Supplier สำหรับร้านขายหมูสด มีดังนี้
- เปรียบเทียบราคา และคุณภาพจากหลายแหล่งอย่างรอบคอบ อย่าตัดสินใจเพียงแค่ราคาถูกที่สุด
- ตรวจสอบเอกสารรับรองมาตรฐาน และการอนุญาตทางกฎหมายอย่างละเอียด
- ทดลองสั่งสินค้าจำนวนเล็กก่อน เพื่อประเมินคุณภาพ และบริการจริง
- หมั่นสื่อสารกับ Supplier เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และเจรจาข้อตกลงที่เหมาะสม
- พิจารณาความสามารถในการจัดส่งตรงเวลา และระบบโลจิสติกส์ที่จะช่วยลดความเสี่ยงการขาดสต๊อก
หากคุณกำลังมองหาโรงงานที่น่าเชื่อถือ พิชชามีท คือโรงงานผู้ผลิต และขายส่งเนื้อหมูทุกประเภท ที่มุ่งมั่นจะส่งมอบวัตถุดิบที่มีความสด สะอาด และคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากลอย่าง GMP และ HACCP เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และคุ้มค่ากับการลงทุน ไม่ว่าคุณจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม หรือธุรกิจจำหน่ายอาหาร เราพร้อมเป็นคู่ค้าด้านวัตถุดิบที่คุณไว้วางใจได้ สนใจต่อได้ที่ Line: @pitchameat
ทำไมต้นทุนหมูสดถึงพุ่งสูงขึ้น และจะกระทบกับธุรกิจอาหารอย่างไร
แนะนำ กลยุทธ์ที่เจ้าของธุรกิจอาหาร และร้านขายหมูสดต้องรู้
เจาะลึกคุณสมบัติ และวิธีเลือก Supplier ร้านขายหมูสดอย่างมืออาชีพ