บทความ

อยากให้เนื้อหมูอร่อย ก็ต้องเก็บหมูให้ถูกวิธี

เก็บเนื้อหมูให้ถูกวิธี

🐷 อยากให้เนื้อหมูอร่อย ก็ต้องเก็บหมูให้ถูกวิธี

👉 แน่นอนอยู่แล้วว่าการที่จะทำอาหารอะไรสักอย่าง ส่วนหนึ่งจะต้องมาจากวัสถุดิบที่ดี ซึ่งการเก็บรักษาวัสดุดิบจึงมีความสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ “เนื้อหมู” ที่ถือว่าเป็นวัสถุดิบหลักในหลายๆ เมนู เพราะถ้าเนื้อหมูที่นำมาปรุงอาหารไม่มีความสด ก็อาจจะทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนไป หรือบางทีอาจจะทานไม่ได้เลยก็ได้

👉 ดังนั้น การเก็บรักษาเนื้อหมูให้อยู่ในอุณภูมิที่เหมาะสม และพร้อมที่จะนำมาปรุงอาหารได้นั้น ก็จะต้องมีวิธีการดูแลกันสักหน่อยค่ะ วันนี้ พิชชามีทเลยมีวิธีง่ายๆ ในการเก็บรักษาเนื้อหมูง่ายๆ มาฝากกัน

เก็บรักษาเนื้อหมู

🐽 เมื่อคุณซื้อเนื้อหมูสดมา จำเป็นต้องนำเนื้อหมูแช่เย็นทันที่ที่จะทำได้ที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส ถ้าคุณไม่นำมาทำอาหารภายใน 5 วัน ก็จะต้องแช่แข็งไว้ที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส และในกรณีที่ไม่สามารถทำอาหารให้หมดภายในครั้งเดียว คุณควรใส่กล่องมีฝาปิดเก็บไว้ในตู้เย็นได้ 4 วัน หรือแช่แข็งไปเลยก็ได้ แต่เพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด ให้ทานหมูที่แช่แข็งไว้ภายใน 3 เดือน และอย่านำกลับไปแช่แข็งอีก ควรจำไว้ว่าการละลายน้ำแข็งจะทำให้เนื้อหมูแห้งได้ค่ะ

🐽 เมื่อรู้วิธีการเก็บรักษาเนื้อหมูกันแล้ว คุณก็ต้องรู้อีกหนึ่งสิ่งสำคัญ นั่นคือ อุณหภูมิในการปรุงเนื้อหมูค่ะ

อุณหภูมิในการปรุงเนื้อหมู

🐽 คุณต้องปรุงให้นานพอที่จะฆ่าเชื้อโรคที่อันตราย แต่อย่านานเกินเพราะจะทำให้เนื้อแห้งจนเกินไป ซึ่งทาง USDA แนะนำว่าให้ปรุงเนื้อหมูให้มีอุณหภูมิภายในชิ้นเนื้อ 70 องศาเซลเซียส (ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิสำหรับวัดเนื้อวัดไปที่ตรงกลางส่วนที่หนาที่สุดของเนื้อ)

ปรุงเนื้อหมูให้นานพอ

🐽 แต่พ่อครัวบางคนจะใช้อุณหภูมิที่ 60 และ 66 องศาเซลเซยสเท่านั้น เพื่อคงความชุ่มฉ่ำให้กับเนื้อ เพราะเชื้อปรสิตหรือพยาธิตายที่อุณหภูมิ 58 องศาเซลเซียสแล้วนั่นเอง แต่ต้องจำไว้ว่าอุณหภูมิภายในของชิ้นเนื้อที่ใหญ่กว่าจะยังเพิ่มมากขึ้นหลังคุณยกออกจากเตา อย่าปล่อยให้ชิ้นเนื้อดีๆ ถูก ปรุงนานเกินไป หลังจากที่คุณปรุงเสร็จแล้วนะคะ

😋 คำเตือน : เนื้อหมูที่ปรุงด้วยอุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส บางครั้งเนื้อตรงกลางอาจจะยังมีสีชมพูอยู่ ขึ้นอยู่กับวิธีการปรุงและส่วนผสม ดังนั้น อย่าด่วนสรุปว่าเนื้อยังไม่สุกและจะเป็นอันตรายเมื่อทานเข้าไปค่ะ

🐷 ยังไงก็ลองนำวิธีที่ทางเราได้แนะนำไปลองทำกันดูนะคะ ถ้าทำได้นอกจากเมนูของคุณจะอร่อยแล้ว ยังมีความปลอดภัยอีกด้วยค่ะ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง