บทความ

อาหาร 5 หมู่ คืออะไร ? ทำไมต้องกินให้ครบ

อาหาร 5 หมู่

การรับประทานอาหาร 5 หมู่ ให้ครบเป็นสิ่งที่หลายคนคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยเด็ก เนื่องจากมีการปลูกฝังให้เลือกทานอาหารอย่างหลากหลาย และครบถ้วน ซึ่งหลักโภชนาการนี้ ยังถูกนำไปใช้ในสื่อการสอน รวมถึงการจัดอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียน หรือแม้กระทั่งการวางเมนูในชีวิตประจำวัน เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตสมบูรณ์ แข็งแรง และมีพัฒนาการที่เหมาะสมในทุกช่วงวัย

ดังนั้น หากใครที่รู้สึกอยากดูแลสุขภาพ และรับประทานอาหารในสัดส่วนที่พอเหมาะ ในบทความนี้ พิชชามีท จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับอาหาร 5 หมู่ และแชร์เมนูหมูที่มีสารอาหารครบ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยไม่รู้สึกฝืนใจจนเกินไป หากพร้อมแล้ว เราไปดูกันได้เลย

อาหาร 5 หมู่

อาหาร 5 หมู่ มีอะไรบ้าง ? ทำไมถึงสำคัญต่อร่างกาย

อาหาร 5 หมู่ คือ หลักการทางโภชนาการสากลที่ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกทานสารอาหารได้อย่างครบถ้วน เนื่องจากร่างกายในแต่ละส่วนต้องการสารอาหารที่แตกต่างกัน ทั้งเพื่อการเจริญเติบโต การพัฒนาร่างกาย และการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้การรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพที่ดีที่ไม่ควรมองข้าม โดยสารอาหารทั้ง 5 หมู่ มีดังนี้

หมู่ที่ 1 โปรตีน (Protein)

อาหารหมู่ที่ 1 ได้แก่ โปรตีน พบได้ในเนื้อสัตว์ นม ไข่ และถั่วต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้าง และซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย รวมถึงการสร้างกล้ามเนื้อ และเอนไซม์ นอกจากนี้ โปรตีนยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของร่างกาย ส่วนใหญ่โปรตีนมักปรากฏในเมนูอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นหลัก เช่นเมนูหมูต่าง ๆ โดยสารอาหารของโปรตีน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

  1. กรดอะมิโนจำเป็น: เป็นกรดอะมิโน ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ดังนั้น ร่างกายจะได้รับกรดอะมิโนจำเป็นจากอาหารที่รับประทานเข้าไปในแต่ละมื้อ
  2. กรดอะมิโนที่ไม่จำเป็น: คือ กรดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เองและสารอาหารที่ได้รับ จากการรับประทานอาหาร

ทั้งนี้ เมื่อร่างกายขาดโปรตีน หรือได้รับโปรตีนจากอาหารน้อยจนเกินไป อาจทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย มีอาการเหน็บชา หรือเป็นตะคริวบ่อยครั้ง ทั้งยังมีผิวแห้ง เล็บเปราะบาง และผมไม่เงางาม นอกจากนี้ สำหรับผู้หญิง อาจพบปัญหาประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ 

หมู่ที่ 2 คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate)

คาร์โบไฮเดรต พบได้ในอาหารทั่วไปที่มีแป้ง เช่น ข้าวสาลี น้ำตาล แป้ง มัน และเผือก ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลัก ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน เพื่อนำไปเผาผลาญ ในระหว่างที่เราทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายได้รับ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

  1. โมโนแซ็กคาไรด์: เป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีขนาดของโมเลกุลเล็กที่สุด เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ก็จะสามารถดูดซึมผ่านทางลำไส้เล็กได้เลย โดยไม่ต้องผ่านการย่อย เช่น กลูโคส ฟรุกโตส และกาแล็กโทส
  2. ไดแซ็กคาไรด์: ประกอบด้วยโมโนแซ็กคาไรด์ 2 ตัวมารวมกัน ดังนั้น เมื่อร่างกายได้รับสารไดแซ็กคาไรด์ จะถูกย่อยเป็นโมโนแซ็กคาไรด์ก่อน ร่างกายจึงจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น ซูโครส และแล็กโทส 
  3. พอลีแซ็กคาไรด์: เป็นคาร์โบไฮเดรต ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ที่สุด ประกอบด้วยโมโนแซ็กคาไรด์จำนวนมากมารวมกัน เช่น แป้ง ไกลโคเจน และเซลลูโลส 

อย่างไรก็ตาม หากรับประทานอาหาร ที่มีคาร์โบไฮเดรตเกินความจำเป็น พลังงานที่เหลือ จะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมัน สะสมตามชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดไขมันส่วนเกิน ส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญอาหาร รวมถึงมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง และเกิดโรคอ้วนตามมา 

หมู่ที่ 3 วิตามิน (Vitamins)

วิตามิน เป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง และมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ ทั้งยังช่วยเผาผลาญโปรตีนที่อยู่ในร่างกาย ทำให้อวัยวะในร่างกายสามารถทำงานได้ปกติ โดยวิตามินแบ่งออกเป็น 2 จำพวก ตามคุณสมบัติในการละลาย ได้แก่

  1. วิตามินที่ละลายตัวในไขมัน: ได้แก่ วิตามิน A, วิตามิน D, วิตามิน E และวิตามินเค ซึ่งเป็นวิตามินที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย พร้อมกับไขมัน และสะสมในเนื้อเยื่อไขมันและตับ 
  2. วิตามินที่ละลายในน้ำ: ได้แก่ วิตามิน C, วิตามิน B1, วิตามิน B2, วิตามิน B3, วิตามิน B5, วิตามิน B6, วิตามิน B12 และไบโอติน 

หมู่ที่ 4 แร่ธาตุ (Minerals)

แร่ธาตุ หรือเกลือแร่ พบมากในผัก และผลไม้ทุกชนิด ถือเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ขาดไปไม่ได้ เพราะแร่ธาตุมีส่วนช่วยควบคุมความเป็นกรดด่างในร่างกาย ทั้งยังช่วยควบคุมสมดุลน้ำ โดยสามารถแบ่งแร่ธาตุออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  1. แร่ธาตุที่ต้องการในปริมาณมากกว่า 100 มิลลิกรัม/วัน: ได้แก่ แมกนีเซียม โซเดียม กำมะถัน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม คลอรีน และแคลเซียม
  2. แร่ธาตุที่ต้องการในปริมาณวันละ 2 – 3 มิลลิกรัม/วัน: ได้แก่ เหล็ก โครเมียม ไอโอดีน ทองแดง โคบอลต์ สังกะสี แมงกานีส ซีลีเนียม ฟลูออรีน และโมลิบดีนัม

หมู่ที่ 5 ไขมัน (Fat)

ไขมัน คือ สารอาหารที่ได้รับจากไขมันพืช และไขมันสัตว์ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว กะทิ และเนย เป็นต้น โดยไขมันมีส่วนช่วยร่างกายให้เจริญเติบโต และบางส่วนจะถูกสะสมไว้ที่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และเป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกาย โดยไขมันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  1. กรดไขมันไม่จำเป็น: คือ กรดไขมันที่ร่างกาย สามารถสังเคราะห์ได้ด้วยตัวเอง เช่น กรดสเตียริก และกรดโอเลอิก
  2. กรดไขมันจำเป็น: เป็นกรดไขมันที่ร่างกาย ไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ และต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น เช่น กรดไลโนเลอิก และกรดอะราคิโดนิก

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หากใครที่อยากหันมาดูแลสุขภาพ ด้วยการรับประทานอาหาร 5 หมู่ แต่ยังขาดโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย อย่าลืมนึกถึง พิชชามีท ผู้ให้บริการจัดจำหน่ายเนื้อหมูครบทุกชิ้นส่วน ไม่ว่าจะเป็น หมูสามชั้น หมูสันใน หมูสันนอก หมูบด และเครื่องใน รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหมู ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพในทุกขั้นตอน ทั้งยังปราศจากสารเร่งเนื้อแดง ทำให้เนื้อหมูของเรามีคุณภาพสูงทุกชิ้น

อาหาร 5 หมู่

ส่องประโยชน์ของการกินอาหารครบ 5 หมู่

การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ถือเป็นหลักโภชนาการ ที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน เพราะอาหารแต่ละหมู่ให้สารอาหาร และประโยชน์ที่แตกต่างกัน การกินอาหารทั้ง 5 หมู่จึงมอบประโยชน์หลายด้าน ดังนี้

  1. ร่างกายสมดุล

การดูแลโภชนาการอย่างเหมาะสม ช่วยสร้างร่างกายที่สมดุล โดยสารอาหารแต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะ เช่น โปรตีนช่วยสร้าง และซ่อมแซมกล้ามเนื้อ คาร์โบไฮเดรตช่วยเพิ่มพลังงานให้สมอง เกลือแร่ และวิตามินช่วยระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงไขมันที่จำเป็นต่อการทำงานของเซลล์ และฮอร์โมน

  1. ภูมิคุ้มกันดี

การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ช่วยให้ร่างกายสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งระบบภายในและภายนอก ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถต้านทานเชื้อโรค และป้องกันการเจ็บป่วยได้ดี

  1. ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

การได้รับสารอาหารครบถ้วน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เนื่องจากร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ อย่างสมดุล

  1. สมองทำงานได้ดี และมีสมาธิ

สารอาหารในอาหารครบ 5 หมู่ เช่น โอเมก้า 3 วิตามินบี และโปรตีน ช่วยกระตุ้นสมอง เพิ่มความจำ และสมาธิ ทำให้การเรียนรู้ การทำงาน หรือกิจกรรมประจำวันที่ต้องใช้สมอง

อาหาร 5 หมู่

เปิดตำรา เมนูอาหาร 5 หมู่ ทำเองง่าย รสชาติดี มีประโยชน์

หากใครที่อยากมีสุขภาพดี แข็งแรง และห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บ การรับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอย่างเห็นได้ชัด เพราะได้รับสารอาหารที่จำเป็น และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ระบบต่าง ๆ รวมถึงภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานเป็นปกติ โดยพิชชามีท ได้รวบรวมเมนูหมู ที่มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ มาไว้ให้แล้ว ดังนี้

  • ข้าวผัดหมู

เปิดประเดิมมาด้วย ข้าวผัดหมู เมนูหมูที่เต็มไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกายมากมาย ทั้งเนื้อหมู ข้าวสวยร้อน ๆ ไข่ และเครื่องปรุงที่ชื่นชอบ รวมถึงผักสารพัดชนิด เช่น คะน้า มะเขือเทศ หัวหอม หรือแคร์รอต เรียกได้ว่าเป็นเมนูที่มีครบทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน แร่ธาตุ วิตามิน และไขมัน ทั้งยังใช้ต้นทุนไม่สูงอีกด้วย

  • สุกี้หมู

สำหรับสาว ๆ ที่อยากลดปริมาณไขมัน หรืออยู่ในช่วงลดน้ำหนัก แนะนำให้เลือกเป็นเมนูสุกี้หมู เพราะเป็นอาหารที่แคลอรีต่ำ แต่ได้สารอาหารครบ อัดแน่นด้วยคาร์โบไฮเดรตจากวุ้นเส้น โปรตีนจากเนื้อหมู และไข่ไก่ ทั้งยังได้แร่ธาตุ และวิตามินจากผักต่าง ๆ เช่น ผักบุ้ง ผักกาดขาว เห็ดเข็มทอง แคร์รอต และขึ้นฉ่าย เป็นต้น

ทั้งนี้ หากต้องการลดปริมาณโซเดียม แนะนำให้เลือกน้ำจิ้มสุกี้สูตรลดโซเดียม หรือรับประทานน้ำจิ้ม ในปริมาณที่น้อยกว่าปกติ เพียงเท่านี้ร่างกายก็จะไม่บวมน้ำ หรือได้รับปริมาณโซเดียมต่อวัน ในปริมาณที่พอเหมาะ

  • ต้มเลือดหมู

ต้มเลือดหมู ถือเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ ที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นเมนูที่เต็มไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น ตำลึง ซึ่งเป็นผักที่มีวิตามินเอสูง ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน และมีสารฟลาโวนอยด์ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และชะลอความเสื่อมของเซลล์ ส่วนตับหมู ถือเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก และวิตามินเอ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

  • ไข่ยัดไส้

เมนูหมูแสนอร่อยอย่างไข่ยัดไส้ ก็เป็นอีกเมนูที่รับประทานง่าย และอัดแน่นไปด้วยสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ไม่ว่าจะเป็น โปรตีนจากไข่ วิตามิน และแร่ธาตุจากผักนานาชนิด รวมถึงคาร์โบไฮเดรตจากข้าวสวยร้อน ๆ โดยทุกท่านสามารถเลือกผัก มาผัดคู่กับซอสมะเขือเทศได้หลากหลายชนิด เช่น หอมหัวใหญ่ เห็ดหอมแห้ง มะเขือเทศ และแคร์รอต เป็นต้น

  • แกงจืดเต้าหู้หมูสับ

ปิดท้ายกันด้วย เมนูหมูแสนอร่อย ซดคล่องคอกับแกงจืดเต้าหู้หมูสับ ถึงแม้หลายคนจะคิดว่าเป็นเมนูเด็ก แต่ในความเป็นจริงกลับเต็มไปด้วยสารอาหารจากผักกาดขาว และแคร์รอต ทั้งยังอัดแน่นไปด้วยโปรตีนจากหมูสับปั้นก้อน เรียกได้ว่าเป็นเมนูอาหาร 5 หมู่ที่ทำง่าย และรับประทานมื้อไหนก็อร่อยอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ เพื่อสุขภาพที่ดี หรือควบคุมปริมาณโซเดียม ไม่ให้สูงเกินความจำเป็น แนะนำว่าไม่ต้องใส่ซุปก้อน หรือใส่ในปริมาณน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงปริมาณโซเดียมสูง เกินกว่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน

อาหาร 5 หมู่

แนะนำการกินอาหารครบ 5 หมู่ อย่างไร ? ให้เหมาะกับแต่ละวัย

แม้ว่าอาหารครบ 5 หมู่จะมีประโยชน์ต่อร่างกายในทุกช่วงอายุ แต่การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมตามช่วงวัยก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากรับประทานมากเกินไป ร่างกายอาจย่อย และเผาผลาญได้ไม่หมด จนทำให้สารอาหารบางชนิดตกค้าง และส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ดังนั้น การรู้จักเลือกกินให้เหมาะกับวัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยสามารถแบ่งแนวทางได้ ดังนี้

  • วัยเด็ก (3-12 ปี) 

ในช่วงวัยเด็ก ถือเป็นช่วงสำคัญของการเจริญเติบโต ร่างกายต้องการพลังงาน และสารอาหารเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบสมอง จึงควรเน้นอาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม และอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม เพื่อช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟันให้แข็งแรง โดยเด็กเพศชายควรได้รับพลังงานเฉลี่ย 1,400-2,000 กิโลแคลอรี ส่วนเพศหญิงอยู่ที่ 1,300-1,800 กิโลแคลอรี

  • วัยรุ่น (13-20 ปี)

วัยรุ่น เป็นช่วงที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และพัฒนาทางกายภาพอย่างรวดเร็ว จึงควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และฮอร์โมนให้สมดุล พร้อม อีกทั้งควรรับประทานผักผลไม้ เพื่อช่วยในระบบขับถ่าย 

หากต้องการรูปร่างที่ดี และสุขภาพแข็งแรง ควรเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเพศชายต้องการพลังงานประมาณ 1,600-2,300 กิโลแคลอรี ส่วนเพศหญิงอยู่ที่ 1,500-1,900 กิโลแคลอรี

  • วัยทำงาน (21-40 ปี)

เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ร่างกายจะเริ่มมีการใช้พลังงานลดลงจากวัยรุ่น จึงควรเลือกกินอาหารอย่างสมดุล โดยเน้นอาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์สูง เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนัก และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและเบาหวาน การรับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีเป็นประจำจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี และลดไขมันส่วนเกิน โดยเพศชายควรได้รับพลังงานประมาณ 1,600-1,800 กิโลแคลอรี ส่วนเพศหญิงควรอยู่ที่ 1,400-1,600 กิโลแคลอรี

  • วัยกลางคน (41-50 ปี)

ในช่วงวัยกลางคน ระบบการเผาผลาญพลังงาน จะเริ่มช้าลง และมีความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือด ดังนั้น ควรลดการบริโภคอาหารที่มีไขมัน และน้ำตาลสูง พร้อมทั้งเพิ่มอาหารที่มีแคลเซียม และวิตามินดี เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน และเสริมความแข็งแรงให้กระดูก ซึ่งพลังงานที่เหมาะสมในแต่ละวันสำหรับเพศชายคือ 1,600-1,800 กิโลแคลอรี ส่วนเพศหญิงควรอยู่ที่ 1,400-1,500 กิโลแคลอรี

  • ผู้สูงอายุ (50 ปีขึ้นไป)

สำหรับผู้สูงอายุ ควรให้ความสำคัญกับการกินอาหารที่ย่อยง่าย และมีประโยชน์ โดยลดอาหารมัน เค็ม หวาน และเพิ่มการรับประทานโปรตีนคุณภาพดี เช่น ปลา เต้าหู้ หรือไข่ต้ม เพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ควบคู่กับการรับประทานผัก และผลไม้ที่มีกากใยสูง เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ทั้งนี้ ควรควบคุมพลังงานให้อยู่ที่ประมาณ 1,500-2,000 กิโลแคลอรีต่อวัน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ สาระน่ารู้เกี่ยวกับโภชนาการอาหารทั้ง 5 หมู่ และลิสต์เมนูหมูที่ครบครันไปด้วยสารอาหาร 5 หมู่ หวังว่าบทความนี้ จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่กำลังควบคุมอาหาร หรือต้องการเพิ่มสารอาหารให้กับร่างกาย เพราะการรับประทานอาหารที่ดี ย่อมมอบสุขภาพที่ดีตามมาด้วย

สุดท้ายนี้ หากใครที่กำลังมองหาเนื้อหมูคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย และผ่านการรองรับมาตรฐานระดับสากล อย่าลืมนึกถึง พิชชามีท ผู้จำหน่ายชิ้นส่วนหมูครบครันทุกชิ้น มั่นใจได้ว่านำไปปรุงเมนูไหนก็รสชาติอร่อย และปลอดภัยจากสารปนเปื้อน หากสนใจสั่งซื้อ สามารถติดต่อเราได้ที่ Line: @pitchameat

อาหารหลัก 5 หมู่ มีกี่หมู่ และประกอบด้วยอะไรบ้าง ?

มี 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน แร่ธาตุ และไขมัน

อาหารแต่ละหมู่ให้พลังงานกี่แคลอรี ?

– โปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี
– คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี
– ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี
– ในส่วนเกลือแร่และวิตามิน ไม่ได้มีส่วนให้พลังงานโดยตรง

ถ้ากินไม่ครบจะเกิดอะไรขึ้น ?

หากร่างกายไม่ได้รับอาหารครบ 5 หมู่เป็นเวลานาน อาจเกิดผลเสีย เช่น ภาวะทุพโภชนาการ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การเจริญเติบโตช้าในเด็ก และเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาว เป็นต้น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง