ไม่มีหมวดหมู่

รู้จัก หมูกระทะ คืออะไร ? พร้อมแจก 3 สูตรหมักหมูอร่อยถูกใจทุกคน

หมูกระทะ

หมูกระทะ เมนูยอดฮิตของคนไทยที่สามารถรับประทานได้ทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็น การฉลอง ปาร์ตี้ หรือการพบปะกับคนรู้จัก แต่บางครั้งการไปกินที่ร้านอาจไม่ตอบโจทย์ ทำให้หลายคนเลือกที่จะทำกินเองที่บ้าน ซึ่งแน่นอนว่าอยากให้อร่อยไม่แพ้ร้าน

ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางในการทำหมูกระทะให้อร่อยเหมือนร้านดัง ในบทความนี้ พิชชามีท ขอแชร์เคล็ดลับการทำหมูกระทะให้อร่อย พร้อมวิธีเลือกเนื้อหมูที่เหมาะสม และสูตรหมักแบบมือโปร ที่จะช่วยให้ทุกคำอร่อยเหมือนทานที่ร้าน ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

หมูกระทะ คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นอาหารอันดับ 1 ของคนไทย

หมูกระทะ คือ เมนูยอดนิยมของคนไทยที่ผสมผสานระหว่างการปิ้งย่าง และสุกี้ไว้ในหม้อเดียวกัน โดยมักรับประทานในรูปแบบการกินอาหารร่วมกัน จุดเด่นของหมูกระทะไทย อยู่ที่วัตถุดิบที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น หมูสามชั้น สันนอก หรือสันใน แม้จะชื่อว่าหมูกระทะ แต่ส่วนประกอบที่นำมาปรุง ไม่ได้จำกัดเฉพาะเนื้อหมูเท่านั้น ยังมีเนื้อสัตว์อื่น ๆ ผัก หรืออาหารทะเลให้เลือกอย่างอิสระ

นอกจากนี้ “น้ำจิ้มหมูกระทะ” ยังถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญ ที่ช่วยสร้างความแตกต่าง และเพิ่มรสชาติความอร่อยให้กับมื้ออาหารได้อย่างลงตัว หมูกระทะจึงไม่ใช่เพียงแค่อาหาร แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการกินของคนไทย ที่ชอบนั่งล้อมวงพูดคุยระหว่างมื้ออาหาร โดยไม่ต้องถกเถียงกันว่าจะกินแบบต้ม หรือแบบย่าง เพราะหมูกระทะให้ได้ทั้งสองอย่างในหม้อเดียว

เปรียบเทียบหมูกระทะแตกต่างจากปิ้งย่าง และชาบู อย่างไร?

เมื่อถึงเวลาจัดปาร์ตี้หรือเลี้ยงฉลอง หลายคนมักลังเลว่าจะเลือกเมนู อย่าง หมูกระทะ ปิ้งย่าง หรือชาบูดี เพราะแม้จะเป็นอาหารแนวเดียวกัน คือการปรุงสุกตรงหน้าโต๊ะ แต่ที่จริงเมนูแต่ละแบบมีวิธีการรับประทานที่แตกต่างกันในนเรื่องรูปแบบการปรุง ดังนี้

  • หมูกระทะ

หมูกระทะ เป็นการผสมผสานระหว่างการกินแบบปิ้งย่าง และการต้ม ไว้ในภาชนะเดียวกัน โดยกระทะจะมีลักษณะเป็นเนินตรงกลาง สำหรับย่างเนื้อ และมีร่องหรือหลุมรอบ ๆ สำหรับใส่น้ำซุป สำหรับต้มผักหรือวัตถุดิบอื่น ๆ

  • ปิ้งย่าง

ปิ้งย่าง เป็นรูปแบบการปรุงอาหารบนแผ่นกระทะ หรือตะแกรงย่างสไตล์ยากินิกุ โดยเน้นการใช้ความร้อนโดยตรงกับวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือผักต่าง ๆ สามารถหยิบวางไว้บนเตาปิ้งย่าง เพื่อทำให้สุก

  • ชาบู

ชาบู เป็นอาหารในรูปแบบการลวกและต้ม โดยใช้หม้อเป็นภาชนะหลัก นำวัตถุดิบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผัก หรือเส้น ลงไปลวกในน้ำซุปให้สุกก่อนรับประทาน โดยจุดเด่นของชาบูอยู่ที่ความหลากหลายของน้ำซุป ไม่ว่าจะเป็นซุปใส ซุปน้ำดำ หรือซุปเผ็ด ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติในการกิน

รวมร้านหมูกระทะยอดนิยม ติดเทรนด์ปี 2025

หากใครกำลังอยากกินหมูกระทะ แต่ไม่รู้จะเลือกร้านไหนดี เราได้รวบรวมร้านหมูกระทะแนะนำจากทั่วประเทศไทยมาให้แล้ว บอกเลยว่าทั้งรสชาติอร่อย วัตถุดิบสดใหม่ และบรรยากาศดีสุด ๆ หากร้านไหนอยู่ใกล้บ้าน ก็ลองไปลิ้มรสความอร่อยกันได้เลย โดยมี 10 ร้านดังที่ติดเทรนด์ในปี 2025 ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่

  1. หมูกระทะ ตั๊กบ้านโตน
  2. คุณเปิ้ลหมูกระทะ
  3. ตี๋น้อย บาร์บีคิว
  4. โพธิ์เงิน หมูกะทะ
  5. หมูกระทะนายพัน
  6. จ่าอูหมูกระทะ
  7. 71 mookata
  8. อารียาหมูกระทะ
  9. ทองเหลืองหมูกระทะ
  10. วาสนาหมูกระทะ
หมูกระทะ

ชุดหมูกระทะทำเองที่บ้าน ต้องมีอะไรบ้าง?

การทานหมูกระทะ ที่บ้านมักนิยมทำกันในช่วงวันหยุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนสามารถช่วยกันเตรียมของได้ แม้จะต้องใช้เวลาเตรียมหลายสิ่ง แต่ข้อดี คือสามารถเลือกวัตถุดิบที่ชอบเองได้ทั้งหมด แถมยังประหยัดกว่าการไปกินที่ร้านอีกด้วย หากใครอยากลองทำหมูกระทะเองที่บ้าน มาดูกันว่าสิ่งที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง ดังนี้

  • เนื้อหมูส่วนไหนดี สำหรับหมูกระทะ

การเลือกเนื้อหมู ถือเป็นเรื่องของความชอบปัจเจกส่วนบุคคล เพราะแต่ละคนมีรสนิยมไม่เหมือนกัน แต่ถ้าจะให้แนะนำเนื้อหมูที่เหมาะกับการทำหมูกระทะที่สุด คงต้องยกให้ “เนื้อสันคอหมู” เพราะมีมันแทรกเล็กน้อย ทำให้เวลาย่างจะมีความชุ่มฉ่ำ ไขมันเยิ้มออกมาพอดี เพิ่มความหอม อีกทั้งยังไม่ติดกระทะ และไม่เลี่ยนจนเกินไปเหมือนหมูสามชั้น

  • ผักและวัตถุดิบที่เข้าคู่

สำหรับผักที่เหมาะกับการทานหมูกระทะ ควรเลือกชนิดที่ช่วยลดความมันของเนื้อ เช่น ผักกาดขาว ผักบุ้งจีน สาหร่ายวากาเมะ และเห็ดเข็มทอง ผักเหล่านี้ไม่มีกลิ่นเขียวแรง ช่วยเพิ่มความหวานให้กับน้ำซุป พร้อมทำให้รสชาติของหมูกระทะกลมกล่อมมากขึ้น

  • อุปกรณ์หมูกระทะ (เตา)

อุปกรณ์หมูกระทะมีให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งเตาไฟฟ้าที่ใช้งานง่าย เพียงเสียบปลั๊กก็พร้อมย่างได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสะดวก แต่หากใครชอบบรรยากาศแบบดั้งเดิม ก็สามารถเลือกใช้เตาถ่านได้ โดยอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม ได้แก่ เตาถ่าน กระทะย่าง ถ่านไม้ แผ่นรองพื้นเตา เหล็กคีบถ่าน และที่คีบเนื้อแยกสำหรับปิ้งหมู เพื่อความปลอดภัยในการรับประทาน

หมูกระทะ

แชร์สูตรหมักหมูกระทะ 3 แบบ ฮิตทั่วไทย

การหมักหมู ถือเป็นหัวใจสำคัญของเมนูหมูกระทะ เพราะช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยนุ่มละมุนมากยิ่งขึ้น ทั้งยังสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละร้านหรือแต่ละบ้านได้อีกด้วย โดยวันนี้พิชชามีท ขอแชร์ 3 สูตรหมักหมูกระทะยอดนิยมที่ทำตามได้ง่าย รับรองว่าอร่อยเหมือนกินที่ร้านแน่นอน โดยมีวิธีดังนี้

  1. สูตรหมักนุ่มสไตล์ดั้งเดิม

เริ่มกันที่สูตรคลาสสิกที่หลายคนคุ้นเคย ไม่ว่าจะไปร้านไหนก็มักจะได้ลิ้มรสสูตรนี้ ซึ่งเป็นสูตรหมักหมูแบบดั้งเดิมหรือที่เรียกกันว่า “สูตรหมักงา” ให้เนื้อนุ่ม หอมกลิ่นงา และรสกลมกล่อม

วัตถุดิบสำหรับหมู 400 กรัม

  • งานขาวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา ½ ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 1ฟอง
  • เบกกิงโซดา 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
  2. ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกันในชาม จากนั้นใส่หมูลงไปคลุกให้ทั่ว
  3. หมักทิ้งไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง (หรือข้ามคืนยิ่งดี) เพื่อให้รสชาติเข้าเนื้อ
  1. สูตรเกาหลี/ซอสเผ็ด

ต่อด้วยสูตรยอดนิยมสำหรับสายเกาหลี ที่ชอบรสเข้มข้น และเผ็ดนิด ๆ แบบ “โกชูจัง” สูตรนี้ให้ความเผ็ดหวานลงตัว กินเพลินจนหยุดไม่ได้

วัตถุดิบสำหรับหมู 400 กรัม

  • ซอสโคชูจัง 3 ช้อนโต๊ะ
  • คิโคแมน 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา ½ ช้อนโต๊ะ
  • งาขาวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดให้เข้ากันจนเป็นซอสข้น
  2.  ใส่เนื้อหมูลงไปคลุกให้ทั่วจนซอสซึมเข้าเนื้อ
  3. หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1-2 ชั่วโมง
  1. สูตรคีโต/คลีน

สุดท้าย สำหรับสายสุขภาพที่อยากกินหมูกระทะแต่ยังคุมอาหารอยู่ สูตรนี้เหมาะมาก เพราะตัดน้ำตาล และซอสที่มีคาร์บสูงออกไป เน้นความหอมจากน้ำมันงา และความนุ่มจากไข่ไก่แทน

วัตถุดิบสำหรับหมู 400 กรัม

  • ไข่ได่ 1 ฟอง
  • ซีอิ๊วขาวโซเดีมต่ำ 1 ช้อนโต๊ะ
  • อิริททริทอล 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ตีไข่ไก่ให้เข้ากัน แล้วผสมกับเครื่องปรุงทั้งหมด
  2. ใส่เนื้อหมูลงไปคลุกให้ทั่ว จากนั้นหมักไว้ในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง
หมูกระทะ

3 สูตรทำน้ำจิ้มหมูกระทะให้อร่อยเหมือนร้าน

การกินหมูกระทะจะขาดน้ำจิ้มไม่ได้เลย เพราะถือเป็นอาวุธลับที่ช่วยชูรสชาติของเนื้อหมูให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นจุดขายสำคัญ ของแต่ละร้าน ซึ่งบางร้านถึงขั้นมีสูตรเฉพาะที่กลายเป็นเอกลักษณ์ ดังนั้น หากใครอยากทำน้ำจิ้มหมูกระทะไว้กินเองที่บ้านให้อร่อยเหมือนร้าน ก็สามารถนำสูตรดังนี้ไปทำ

  • น้ำจิ้มถั่ว

น้ำจิ้มถั่วเป็นสูตรที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ในช่วงที่ชาบูหม่าล่าเริ่มเป็นกระแส เพราะมีความหอม มัน และเผ็ดกลมกล่อม

วัตถุดิบน้ำจิ้มถั่ว

  • กระเทียมจีน 10 กลีบ
  • ถั่วลิสงคั่วบด 3 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาวคั้นสด 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ
  • งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสะอาด
  • น้ำจิ้มซีฟู้ด

สูตรยอดนิยมตลอดกาลที่คนไทยทุกบ้านต้องมี เพราะสามารถกินคู่ได้กับทุกเมนู ไม่ว่าจะเป็นหมู เนื้อ หรืออาหารทะเล ด้วยรสชาติเปรี้ยว เค็ม เผ็ด กลมกล่อมแบบลงตัว

วัตถุดิบน้ำจิ้มซีฟู้ด

  • พริกขี้หนูสวน  เม็ด
  • กระเทียมไทย 10 กลีบ
  • รากผักชี 2 ราก
  • น้ำมะนาวคั้นสด 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น ½ ช้อนชา
  • น้ำสะอาด
  • น้ำจิ้มเต้าหู้ยี้ (สูตรเด็กทานได้)

สูตรนี้เหมาะสำหรับเด็ก หรือผู้ที่ไม่ทานเผ็ด รสชาติจะออกหวานเค็มกลมกล่อม มีความหอมจากเต้าหู้ยี้ และน้ำมันงา ช่วยให้กินหมูกระทะได้อร่อยโดยไม่ต้องพึ่งความเผ็ดเลย

วัตถุดิบเต้าหู้ยี้

  • กระเทียมไทย 50 กรัม
  • กระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
  • เต้าหู้ยี้
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 1ช้อนโต๊ะ
  • ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำส้มสายชู 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสะอาด
หมูกระทะ

เคล็ดลับปิ้งหมูกระทะให้หอม นุ่ม ไม่ไหม้

มาถึงขั้นตอนสำคัญของการกินหมูกระทะ นั่นคือ “การปิ้งให้ได้รสชาติอร่อย หอม และเนื้อนุ่มกำลังดี” ซึ่งแม้หมูกระทะจะดูเหมือนเมนูง่าย ๆ แต่การปิ้งให้เนื้อออกมาพอดีไม่แห้ง ไม่ไหม้ ต้องอาศัยเทคนิคเล็กน้อยที่หลายคนอาจมองข้าม โดยมีเคล็ดลับ ดังนี้

  • ทาน้ำมัน vs ไม่ทาน้ำมัน

 การเริ่มต้นปิ้งหมูกระทะสามารถทำได้ทั้งสองแบบ คือ ทาน้ำมัน และไม่ทาน้ำมัน ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีแตกต่างกัน

  • แบบทาน้ำมัน: ช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อติดกระทะ และช่วยเพิ่มกลิ่นหอมเวลาย่าง
  • ไม่ทาน้ำมัน: เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดความมันหรืออยากได้รสธรรมชาติของเนื้อ โดยอาศัย ไขมันจากเนื้อหมูเอง เช่น หมูสามชั้น หรือสันคอ ที่จะละลายออกมาในระหว่างปิ้ง
  • จัดเรียงเนื้อบนเตายังไงให้สุกพร้อมกัน

การวางเนื้อหมูบนกระทะมีผลต่อความสุก และรสสัมผัสของเนื้อโดยตรง หากวางซ้อนกันจะทำให้เนื้อบางส่วนไหม้ บางส่วนยังดิบ ซึ่งควรวางเนื้อ ให้นาบกับกระทะแบบชิ้นต่อชิ้น โดยไม่ซ้อนทับ และเนื้อที่หนาควรวางบริเวณกลางกระทะที่ความร้อนสูง ส่วนเนื้อบางควรวางขอบกระทะที่ความร้อนอ่อนกว่า อีกทั้งเมื่อวางเนื้อลงบนกระทะแล้ว อย่ากลับเนื้อบ่อยเกินไป ควรรอให้เนื้อสุกประมาณหนึ่ง แล้วค่อยกลับด้านเดียว เพื่อรักษาความฉ่ำของเนื้อ

  • Tip ลับร้านดัง

เคล็ดลับยอดฮิตจากร้านหมูกระทะชื่อดังที่มักไม่บอกกันคือ “การวอร์มเตาให้ร้อนก่อนปิ้ง” ก่อนเริ่มวางเนื้อ ให้ตั้งเตาให้ร้อนจัดจนกระทะเริ่มมีควันบาง ๆ จากนั้นลดไฟลงระดับกลางก่อนวางเนื้อ จะช่วยให้เนื้อไม่ติดกระทะ และเก็บความชุ่มฉ่ำได้ดี ซึ่งอีกเทคนิคหนึ่งคือ เรียงลำดับการปิ้ง โดยเริ่มจากเนื้อที่มีไขมันมาก เช่น หมูสามชั้น หรือสันคอก่อน แล้วค่อยปิ้งเนื้อที่มีไขมันน้อย เพื่อทำให้เนื้อส่วนหลังไม่ไหม้

หมูกระทะ พิชชามีท เดลิเวอรี ส่งถึงบ้าน

หากใครอยากทานหมูกระทะแต่ไม่สะดวกออกไปซื้อของเอง ตอนนี้ก็มีทางเลือกสุดสะดวกที่สามารถสั่งเนื้อหมูแบบ Delivery ผ่าน พิชชามีท ได้โดยตรง ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายเนื้อหมูแบบ ขายส่งถึงหน้าบ้าน พร้อมหั่นหมูในสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับการหมัก หรือย่างโดยเฉพาะ ทุกขั้นตอนของการผลิตผ่านมาตรฐานความปลอดภัย GHPs และ HACCP จึงมั่นใจได้ในเรื่องของความสะอาด ปลอดภัย และไร้สารเร่งเนื้อแดง เหมาะสำหรับสายหมูกระทะที่อยากอร่อยได้ง่าย ๆ ที่บ้าน โดยไม่ต้องออกจากบ้านเลย

ประโยชน์ และโทษของการกินหมูกระทะ พร้อมวิธีกินให้ปลอดภัย

การกินหมูกระทะ เป็นกิจกรรมยอดนิยม เหมาะกับการรับประทานร่วมกันในครอบครัวหรือกับเพื่อนฝูง เพราะมีวัตถุดิบหลากหลาย ครบทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และอาหารทะเล ดูเหมือนจะได้สารอาหารครบ 5 หมู่ แต่ในความเป็นจริง หมูกระทะก็อาจแฝงความเสี่ยงต่อสุขภาพ หากรับประทานไม่ถูกวิธี ซึ่งการรับประทานหมูกระทะมีทั้งข้อดี และข้อเสีย ดังนี้

  • ประโยชน์การกินหมูกระทะ

หมูกระทะ มีประโยชน์หลายด้าน หากเลือกกินอย่างเหมาะสม โดยช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ทั้งโปรตีนจากเนื้อสัตว์ วิตามิน และไฟเบอร์จากผัก รวมถึงยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง เพราะเป็นการรับประทานอาหารร่วมกันในบรรยากาศที่สนุกสนาน

  • โทษการกินหมูกระทะ

อย่างไรก็ตาม หมูกระทะก็มีโทษที่ควรระวัง เพราะหากปิ้งเนื้อไม่สุกทั่วถึง อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียจนเกิดโรคไข้หูดับ อีกทั้งการกินบ่อยเกินไป หรือรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันมาก ก็อาจทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความจำเป็น จนนำไปสู่โรคอ้วน เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูงได้ 

และที่ที่สำคัญ คือเนื้อไหม้เกรียมจากการปิ้งบนเตาร้อนจัด จะมีสารก่อมะเร็ง สะสมในร่างกาย ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว รวมไปถึงน้ำจิ้มหมูกระทะที่มีโซเดียมสูง หากบริโภคมากเกินไปก็อาจส่งผลต่อการทำงานของไต และหัวใจได้เช่นกัน

  • วิธีทานหมูกระทะให้ปลอดภัย

การกินหมูกระทะให้ปลอดภัย ควรปิ้งเนื้อให้สุกทั่วถึงก่อนรับประทานทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อาจแฝงอยู่ในเนื้อดิบ อีกทั้งควรทานผักแทรกสลับกับเนื้อสัตว์ เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น และลดปริมาณไขมันที่เข้าสู่ร่างกาย 

นอกจากนี้ หลีกเลี่ยงการกินเนื้อไหม้เกรียมหรือเนื้อที่ติดกระทะ เพราะอาจมีสารพิษตกค้าง รวมไปถึงลดปริมาณน้ำจิ้มที่ใช้ โดยเฉพาะน้ำจิ้มรสจัดหรือเค็มมากเกินไป เพราะมีโซเดียมสูง และควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอระหว่างมื้อ เพื่อช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย

สุดท้ายนี้ หากใครกำลังมองหาเนื้อหมูคุณภาพดี สด สะอาด เหมาะสำหรับทำหมูกระทะ ขอแนะนำ พิชชามีท  จัดจำหน่ายเนื้อหมูสดที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย มีให้เลือกครบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น สันนอก สันใน หมูสามชั้น เครื่องในหมู หรือสินค้าแปรรูปพร้อมปรุง เพื่อให้คุณสร้างมื้อหมูกระทะที่อร่อย และสุขภาพดีได้ทุกวัน สนใจสั่งซื้อได้ที่ Line: @pitchameat

หมูกระทะ นิยมใช้หมูส่วนไหน ?

หมูกระทะนิยมใช้ สันคอหมู สามชั้น และสันนอก เพราะมีความนุ่ม และมีไขมันแทรกกำลังดี ทำให้เวลาย่างไม่แห้งเกินไป

หมูกระทะ 1 มื้อให้พลังงานกี่แคลอรี?

การกินหมูกระทะโดยเฉลี่ยอยู่ 1,200 – 1,500 กิโลแคลอรี แต่ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่กิน หากเน้นกินเนื้อสัตว์ติดมัน ก็อาจสูงถึง 2,000 กิโลแคลอรี

หมูกระทะทำกินเองที่บ้านได้ไหม ?

ได้แน่นอน เพียงต้องเตรียมเตาหมูกระทะและวัตถุดิบที่ชอบเอง อีกทั้งควรเลือกที่การกินที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อลดควัน และกลิ่นเหม็นในพื้นที่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง