บทความ

เหตุผลที่ “หมู” อยู่คู่กับมนุษย์มาช้านาน

เหตุผลที่ “หมู” อยู่คู่กับมนุษย์มาช้านาน

🤔 คุณเคยสงสัยกันบ้างมั้ยค่ะ ว่าทำไมโลกเราถึงมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหมูมากกว่าสัตว์อื่น ซึ่งจริงๆแล้ว มนุษย์ก็กินเนื้อสัตว์อีกหลากหลายชนิด แต่ ทำไมหมูถึงเป็นเนื้อสัตว์หลักในการบริโภคของมนุษย์…

👉 ย้อนกลับไปเมื่อราว 10,000 ปีก่อน มนุษย์ในโลกเริ่มเปลี่ยนแปลงจากสังคมหาของป่าล่าสัตว์ มาทำการเกษตร เพราะประชากรมนุษย์ขยายตัวมาก สัตว์ป่าไม่มีให้ล่ากิน มนุษย์จึงได้เริ่มปลูกพืชต่าง ๆ เพื่อบริโภคเอง

👉 แต่มนุษย์ไม่สามารถบริโภคพืชเป็นหลักได้เพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องมีแหล่งโปรตีนด้วย ดังนั้น มนุษย์จึงเริ่มนำสัตว์ป่าจำนวนหนึ่งมาเลี้ยง เพื่อเป็นแหล่งโปรตีน และในช่วงเวลานั้น มนุษย์เริ่มเลี้ยงสัตว์ 3 ชนิด คือแพะ วัว และหมู

👉 ซึ่งสัตว์ทั้งหมดนี้ มีคุณลักษณะเหมือนกัน คือ สามารถให้โปรตีนกับมนุษย์ได้ โดยแพะกับวัวมีหน้าที่หลักคือให้นม ซึ่งนี่นำมาสู่วัฒนธรรมการกินนม เนย และชีสอันยาวนานหลายพันปี ของคนตั้งแต่เอเชียใต้ไปจนถึงยุโรป และสำหรับหมูถือเป็นสัตว์ที่พิเศษ ที่ตั้งแต่แรกมนุษย์เลี้ยงไว้เพื่อกินเนื้อ

สัตว์ก็มีเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นหมู?

🤔 สัตว์ก็มีเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นหมู?

👍 คำตอบคือ หมูเป็นสัตว์ที่โตเร็วและแพร่พันธุ์เร็วมาก เลี้ยงง่าย สามารถปล่อยให้หากินเองได้ และการนำมาทำอาหารก็สามารถทำได้หลากหลายเมนู ทั้งยังสามารถนำมาแปรรูปได้อีกด้วย ดังนั้นการเลี้ยงหมู คือการได้มาซึ่งโปรตีนแบบไม่ต้องลงทุนอะไรเลยของคนสมัยก่อน ไม่ต้องให้อาหารมันด้วยซ้ำ เลี้ยงแบบปล่อย ๆ รอหมูโตแล้วจึงนำมาทำอาหารค่ะ และทั้งหมดนี้ก็เป็นเหตุผลในการเลี้ยงหมูไว้เพื่อรับประทานมายาวนานตั้งแต่ยุโรปจนถึงจีนเลยค่ะ

นำหมูมาแปรรูป

🐽 การนำหมูมาแปรรูปเพื่อเก็บไว้ทานได้นานๆ

👉 อย่างที่กล่าวไป เนื้อหมูมีไว้บริโภค ซึ่งการจะนำหมูมาบริโภคนั้น จะต้องเชือดหมูทั้งตัว และแน่นอนว่า เชือดหมูครั้งนึงไม่สามารถที่จะรับประทานหมดได้ในครั้งเดียวอย่างแน่นอน

👉 ดังนั้น คนส่วนใหญ่ในสมัยนั้นจึงนำหมูมาเข้าสู่วิธีการถนอมอาหารแบบง่ายๆ เช่น บ้างก็ใส่เกลือนำไปตากแห้ง บ้างก็นำไปรมควันเพื่อให้เนื้อหมูสามารถอยู่ได้หลาย ๆ เดือนหรือกระทั่งเป็นปี และนี่เป็นเหตุผล ว่าทำไมจุดเริ่มต้นของไส้กรอก เบคอน และแฮม ถึงทำจากหมู เพราะสิ่งเหล่านี้ มีจุดกำเนิดมาจากการพยายามถนอมเนื้อหมูส่วนต่าง ๆ เอาไว้ให้กินกันได้ยาวๆ ค่ะ

นำหมู มาทำ ไส้กรอก เบคอนและแฮม

🐽 การนำหมู มาทำ ไส้กรอก เบคอนและแฮม

👉 โดยพื้นฐานแล้ว การทำไส้กรอก เบคอน และแฮมนั้น คือการแยกตามส่วนต่างๆ ของหมู แฮมนั้นดั้งเดิมไม่ใช่อาหารแบบแผ่นสี่เหลี่ยม ที่เราซื้อตามร้านสะดวกซื้อทุกวันนี้ แต่คือขาหมูหมักเกลือ เพื่อให้ได้กินได้นาน ๆ เบคอนก็มีวิธีทำคล้ายๆ กับแฮม คือการหมักเกลือ แล้วทำให้แห้งเพื่อให้เก็บได้นาน ๆ (จะรมควันหรือไม่ก็ว่าไป) แต่ใช้เนื้อคนละส่วน โดยแฮมใช้เนื้อส่วนลำตัวหมูที่ไขมันเยอะ ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เรียกส่วนนี้ว่า “หมูสามชั้น” และในส่วนของการทำไส้กรอก คือ การทำส่วนต่างๆ ที่เหลือมาสับรวมกัน แล้วใส่เกลือ เครื่องเทศ นำมายัดกลับเข้าไปในไส้หมู แล้วเอามาทำให้มันเก็บไว้ได้นาน ๆ ผ่านการต้ม รมควัน

👇👇👇👇👇👇

ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมหมูถึงเป็นเนื้อสัตว์ชนิดหลักที่มนุษย์มาแปรรูป เป็นแฮม เบคอน และไส้กรอก ซึ่งเห็นได้ว่าหมูเป็นสัตว์ที่มนุษย์มีประวัติในการเลี้ยงเพื่อกินเนื้อมายาวนานที่สุด และวัฒนธรรมการแปรรูปและถนอมอาหารของมนุษย์ก็วนเวียนอยู่กับการแปรรูปเนื้อหมูมาหลายพันปี จนทั้งรสนิยมและความเคยชินฝังเข้าไปในวัฒนธรรมเลยทีเดียว 🙏🙏🙏

——————————————————-
เรื่องหมูหมู เรารู้จริง
พิชชามีท
———————————————————-

หมูพิชชามีทได้รับมาตรฐาน GMP และ HACCP ระดับโลก จึงมั่นใจได้ว่าสะอาด ได้มาตรฐาน ปลอดสารทุกชนิด แถมราคาก็โรงงานมาเอง
.
ส่งทั่วกรุงเทพ และปริมณฑลค่ะ
.
สอบถามเพิ่มเติม 🐖🐖
สำนักงานใหญ่ : 087-995-6626
สาขานวลจันทร์ : 081-682-1741
สาขาตลาดไท : 081-893-9916, 02-529-0330
สาขาสรงประภา : 092-614-2650
สาขาบางพลี : 086-057-0008
สาขาบางใหญ่ : 02-960-2992, 089-794-8849
สาขาปากน้ำ : 089-779-5832
สาขาพระประแดง : 095-517 -7423
สาขาสุวินทวงศ์ 24 : 089-894-1646
.
🐷 เว็บไซต์ : www.pitchameat.com
🐷 ไลน์ : https://line.me/R/ti/p/@pitchameat (@pitchameat)
🐷 อินบ๊อก : http://m.me/pitchameat